เปิดบทสัมภาษณ์ “พระบรมราชชนก”…พระราชบิดาของ “พ่อแห่งแผ่นดิน” ในหลวงรัชกาลที่ 9

ภาพจาก www.rpk28.com

5 ธันวาคม ของทุกปี ก่อนหน้านี้เคยเป็น “วันพ่อแห่งชาติ” ที่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่น…แต่ 5 ธันวาคม 2559 ปีนี้แตกต่างออกไปจากทุกปี เมื่อวันนี้เราไม่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงเป็น “พ่อของแผ่นดิน” ให้คนไทยมาเนิ่นนานเกือบศตวรรษ แต่เรื่องราวของพระองค์ท่านยังคงอยู่ในใจ ในความรู้สึกของเราทุกคน อันท่วมท้นไปด้วยความจงรักภักดีเสมอมา

ครั้งนี้จึงขอนำเรื่องราวของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก” พระราชบิดาของ “พ่อของแผ่นดิน” ที่แม้พระองค์อาจทรงมีเวลาได้อยู่กับพระราชโอรสและพระราชธิดา…เจ้านายน้อยๆ ทั้ง 3 พระองค์ด้วยเวลาอันน้อยนิด แต่ถึงกระนั้นความรัก ความผูกพัน ตลอดจนพระจริยวัตร และพระปรีชาสามารถต่างๆ ได้ถ่ายทอดมาถึงพระราชโอรสและพระราชธิดาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

อันจะขอยกตัวอย่างบทสัมภาษณ์ที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เมื่อครั้งยังทรงเป็น “สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์” (พระอนุชาในรัชกาลที่ 6) หรือ Prince Mahidol of Siam ที่ทรงให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ The Baltimore Sun ขณะที่ทรงไปศึกษาต่อ (ขณะนั้นยังไม่ทรงอภิเษกสมรส) เมื่อวันที่ 24 กันยายน ปี 1916 หรือเมื่อ 100 ปีที่แล้ว โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ดังนี้

the_baltimore_sun_sun__sep_24__1916_

เนื้อหาจากบทสัมภาษณ์…

“พวกเราชาวสยามไม่ใช่คนป่าเถื่อนหรือดุร้ายเยี่ยงสัตว์ดังที่พวกท่าน (ชาวต่างชาติ) เข้าใจ และประเทศของเรามีอะไรมากมายกว่าช้างเผือก และสยามมีความก้าวหน้ามากกว่าอีกหลายๆ ประเทศในโลกตะวันออก” พระองค์ตรัสให้สัมภาษณ์เช่นนั้น

โดยนักข่าวที่สัมภาษณ์พระองค์ยังบอกด้วยว่าพระองค์ทรงมีท่าทีที่ “เป็นมิตร” และอธิบายว่าพระองค์นั้นทรง “สมาร์ท” อย่างมาก โดยแม้จะมีพระพักตร์เป็นชาวมองโกลอยด์ ตามแบบฉบับชาวสยาม แต่บุคลิกของพระองค์นั้นทรงเหมือน “หนุ่มตะวันตก” และยังทรงสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและชัดเจน…

นอกจากนี้พระองค์ทรงให้สัมภาษณ์ด้วยว่าพระองค์ไม่พอใจต่อความเหลื่อมล้ำจากคนผิวขาวที่มีต่อชาวสยาม โดยตรัสว่า “เราขอประท้วงต่อความไม่เท่าเทียม เราภูมิใจที่เป็นชาวสยาม และมีความเป็นคนเท่าเทียมกับคนผิวขาวคนอื่นๆ ถึงแม้ว่าชาวผิวขาวจะล้ำหน้าพวกเราไปด้วยความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและความก้าวหน้าทางการศึกษา หากในอนาคตคนในประเทศของเรามีโอกาสได้รับการศึกษาเช่นนั้นบ้าง เราเชื่อชาวสยามจะไม่เป็นรองชนชาติใด”

รวมถึงแนวคิดในการมีภรรยาเพียงคนเดียว ก็เป็นเรื่องที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญเช่นกัน “ในยุคของเรา ประเทศสยามยังมีวัฒนธรรมการมีภรรยาหลายคน ทำให้พวกท่านทั้งหลายนึกภาพว่าพวกเราคงมีฮาเร็ม และชายชาวสยามคงมีภรรยาคนละ 2-3 คน ซึ่งไม่จริงเลย เรายอมรับว่ามีชายชาวสยามที่มีภรรยามากกว่า 1 คน แต่ก็มีน้อยมาก ขณะที่หลายคนนั้นทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและมีภรรยาเพียงคนเดียว และปัจจุบันผู้หญิงในประเทศของเรานั้นสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มเรียกร้องการปฏิบัติที่ดีต่อพวกเธอภายหลังการแต่งงาน อีกทั้งปัจจุบันค่าครองชีพในประเทศเริ่มสูงขึ้น ทำให้มีครอบครัวขนาดใหญ่เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ รวมถึงชาวสยามปัจจุบันยังมีความรู้สึกต่อต้านการมีภรรยาหลายคนมากขึ้นด้วย”

ครั้นเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าพระองค์ทรงอภิเษกสมรสแล้วหรือยัง พระองค์ทรงตอบว่า “ยัง ชีวิตเรานั้นเดินทางอยู่ในทะเลเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็คงจะแต่งงานกับนางเงือกไม่ได้ และนอกจากนี้เรายังยุ่งมากจนไม่มีเวลาดูแลภรรยา และไม่รู้ว่าจะได้แต่งงานหรือไม่ด้วยซ้ำ หากแต่สิ่งที่เราต้องทำคือการเรียน และทำตัวเองให้สมกับที่จะเป็นผู้นำของชาวสยาม เราต้องศึกษาวิธีการทำงานของประเทศที่เจริญก้าวหน้าแล้ว และเราต้องทำตัวให้คุ้นเคยกับสถาบันต่างๆ (ที่พระองค์ทรงศึกษา) เพื่อที่จะสามารถยกระดับชีวิตและทำให้ชาวสยามมีความสุขมากขึ้น”

จึงไม่แปลกใจเลยว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 พ่อของแผ่นดินผู้ซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ท่านทรงมีพระปรีชาสามารถ ทรงมีพระจริยวัตรอันงดงาม หรือแม้แต่พระราชอารมณ์ขัน อีกทั้งทรงมีรักแท้ในพระราชหฤหัยเพียงหนึ่งเดียวเช่นใคร…

Comments

comments

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *