Crowdfunding จุดนัดพบของ “คนมีฝัน”

จากจุดเริ่มต้นของการ “ระดมเงิน” เพื่อสนับสนุนไอเดียเก๋ หรือช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ พัฒนามาสู่โมเดลการลงทุนรูปแบบใหม่ด้วยการ “ระดมเงินจากมวลชน” หรือ “Crowdfunding” หนึ่งในการใช้เทคโนโลยีที่ทรงพลังมากที่สุดในวันนี้ ด้วยการสร้างแหล่งรวมตัวของคนที่มี “ความฝัน” และคนที่มี “เงินทุน” ทั่วทุกมุมโลกให้โคจรมาเจอกันในโลกอินเทอร์เน็ต…

หากย้อนกลับไปก่อนที่โลกนี้จะมีอินเทอร์เน็ต หลายคนอาจได้ยินเรื่องราวของ “เทพีเสรีภาพ” ที่นิวยอร์กอันโด่งดัง ที่เกิดขึ้นได้จากการระดมทุนผ่าน “มวลชน” โดย “เฟรเดริค ออกุสต์ บาร์โธลดี” นักปั้นผู้มีชื่อเสียงจากประเทศฝรั่งเศส ที่ออกแบบรูปปั้นเทพีเสรีภาพเพื่อเป็นของขวัญในการประกาศอิสรภาพให้แก่สหรัฐอเมริกา ทว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ให้การสนับสนุน จึงเกิดจากระดมทุนจากประชาชนฝรั่งเศส จนสามารถก่อสร้างและขนย้ายมาสหรัฐฯ ได้สำเร็จในปี 1885 ซึ่งนี่อาจเป็นหลักฐานชิ้นแรกๆ ในประวัติศาสตร์ของการระดมทุนจากมวลชน หรือที่เรียกว่า “Crowdfunding” (คลาวด์ฟันดิ้ง) ในปัจจุบัน

ต่อมาเมื่อโลกมีการเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ต คนกลุ่มแรกๆ ที่ใช้วิธี Crowdfunding ในช่วงปี 2000 ต้นๆ คือกลุ่มศิลปิน นักดนตรี และครีเอทีฟที่ระดมเงินเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน กลุ่มเอ็นจีโอต่างๆ ที่เปิดเวบไซต์ระดมเงินบริจาค รวมถึงการการระดมเงินจากกลุ่มการเมืองรากหญ้าของ “บารัค โอบามา” (Change campaign) ที่ระดมเงินได้มากกว่า 272 ล้านเหรียญฯ จากมวลชนรากหญ้ากว่า 2 ล้านคนในการหาเสียงปี 2008 วันนี้ Crowdfunding ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นโมเดลของธุรกิจและการลงทุนรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน

ภาพจาก https://gijn.org

หลากวิธีระดมทุนกับ “Crowdfunding”

การเริ่มต้นธุรกิจด้วยการระดมทุนจากประชาชน หรือ “Crowdfunding” ได้รับความนิยมในต่างประเทศมาหลายปีแล้ว โดยรูปแบบ Crowdfunding ในปัจจุบันมี 4 ประเภทหลักๆ ประเภทแรกได้แก่ Donation/ Charity Crowdfunding ที่เปิดให้มวลชนร่วมบริจาคเงินให้แก่ผู้ประกอบการ หรือองค์กรต่างๆ โดยเป็นโครงการที่เน้นช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีต้นกำเนิดมาจากการการระดมเงินบริจาคเวลาเกิดภัยพิบัติต่างๆ ทั่วโลก โดยเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น เวบไซต์ Crowdrise.com และ GoFundMe.com

ประเภทต่อมาได้แก่ Reward Crowdfunding คือการระดมทุนจากผู้ลงทุนโดยเสนอผลตอบแทนเป็นสิ่งของหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตัวอย่างเวบไซต์ของการระดมทุนประเภทนี้ที่โด่งดังไปทั่วโลก ได้แก่ Kickstarter.com และ Indiegogo.com โดยทั้งสองเวบไซต์เป็นเวทีให้ผู้มีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ ผู้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือศิลปินที่ต้องการนำเสนอผลงานเข้ามาระดมทุน โดยผู้สนับสนุนจะได้รับสิทธิพิเศษเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ เช่นการสั่งจองสินค้าล่วงหน้า ตัวอย่างโปรเจคที่สำเร็จจากวิธีนี้ ได้แก่ สมาร์ทวอชท์ “Pebble” ที่ทำให้วงการไอทีทั่วโลกต้องทึ่งเมื่อสามารถระดมทุนได้ถึง 2.6 ล้านเหรียญฯ ภายในเวลาเพียง 3 วันผ่านเวบไซต์ Kickstarter

ประเภทต่อมาคือ Peer-to-Peer Lending หรือ Debt Crowdfunding คือการระดมทุนด้วยการกู้ยืมเงิน โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นตัวเงินหรือดอกเบี้ย ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่ต่อยอดมาจาก “ไมโครไฟแนนซ์” หรือการเงินระดับรากหญ้า ตัวอย่างเวบไซต์ประเภทนี้คือ Kiva.org ที่ให้กู้เงินสำหรับเป็นทุนประกอบอาชีพให้ประเทศกำลังพัฒนา และ Lendingclub.com ที่เป็นช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนโดยไม่ต้องขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน โดยได้รับการตอบรับที่ดีและเติบโตมากจน “เออโนลด์ ลาพลองช์” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ สามารถพาบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กได้สำเร็จในปลายปีที่ผ่านมา

และประเภทสุดท้ายคือ Equity Crowdfunding คือการระดมทุนด้วยการขายหุ้นของบริษัท โดยผู้ลงทุนจะได้รับหุ้นและเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท การระดมทุนด้วยวิธีนี้คล้ายกับการก่อตั้งธุรกิจร่วมลงทุน (Venture Capital) หรือการพาบริษัทเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชน (IPO) ตัวอย่างเช่น เวบไซต์ Crowdfunder.com, AngelList.com, CircleUp.com, FundersClub.com และ OurCrowd.com เป็นต้น

 

ตลาด “ขายฝัน” ทั่วโลกทะยานสู่ 1.2 ล้านล้านบาท

Crowdfunding ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐฯ ยุโรป รวมถึงเอเชีย เพราะเป็นช่องทางที่เปิดกว้างแก่ทั้งผู้ที่ต้องการระดมทุนและผู้ที่ต้องการลงทุน ทำให้เข้าถึงเงินทุนได้ง่ายกว่าการหาแหล่งเงินทุนจากช่องทางอื่นอย่างการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ทั้งยังสะดวกกว่า และมีขนาดการลงทุนเท่าใดก็ได้ โดยขั้นตอนของการทำ Crowdfunding คือผู้ต้องการระดมทุนเข้ามานำเสนอผลงาน หรือโครงการที่ต้องการทำผ่านเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลาง หรือที่เรียกว่า Crowdfunding platform โดยระบุเงินลงทุนที่ต้องการ หากมีผู้สนใจก็จะได้รับเงินลงทุนเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือโครงการตามที่เสนอไว้ โดยปัจจุบันมีเวบไซต์ Crowdfunding ทั่วโลกกว่า 1,250 เวบไซต์

Massolution บริษัทที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้าน Crowdsourcing ได้จัดทำรายงานชื่อ “2015CF – Crowdfunding Industry Report” โดยระบุว่า Crowdfunding ทั้งระบบมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2014 โดยมีมูลค่ารวมกันทั่วโลกถึง 16,200 ล้านเหรียญฯ หรือเกือบ 6 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 167% จากปี 2013 ที่มีมูลค่ารวม 6,100 ล้านเหรียญฯ หรือกว่า 2 แสนล้านบาท และคาดว่าปีนี้ทั้งปี การระดมทุน Crowdfunding ทั่วโลกจะมีมูลค่าประมาณ 34,400 ล้านเหรียญฯ หรือกว่า 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งโตกว่าเท่าตัวเหมือนปีที่ผ่านมาเช่นกัน และจะเป็นปีแรกที่ Crowdfunding มีมูลค่ามากกว่าการร่วมทุนแบบอื่นๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง Venture capital (การตั้งบริษัทร่วมทุน) และ Angel investing (กลุ่มนักลงทุนอิสระที่นำเงินมาร่วมทุน โดยมากเป็นเจ้าของธุรกิจหรือเศรษฐี)

ภูมิภาคที่มีการเติบโตของ Crowdfunding อย่างโดดเด่นในปีที่ผ่านมาคือภูมิภาคเอเชีย โดยมีมูลค่าถึง 3,400 ล้านเหรียญฯ หรือเติบโตถึง 320% ทำให้เอเชียกลายเป็นภูมิภาคอันดับ 2 ของโลกที่มี Crowdfunding สูงสุด นำหน้าภูมิภาคยุโรปไปเล็กน้อย (ยุโรปอยู่ที่ 3,260 ล้านเหรียญฯ) ส่วนอันดับที่ 1 ได้แก่อเมริกาเหนือ ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 9,460 ล้านเหรียญฯ หรือเติบโตกว่า 145% โดยกระแสความสนใจทั่วโลกในปัจจุบันนั้นเทไปที่ Equity Crowdfunding ซึ่งเป็นรูปแบบของ Crowdfunding ที่กำลังเติบโตมากและมีศักยภาพสูงสุดที่จะเข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการลงทุนในอนาคต

ด้วยความที่ Equity Crowdfunding เป็นการเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุน สหรัฐอเมริกาจึงได้ออกกฎหมายชื่อ JOBS Act (Jumpstart Our Business Startups) ในปี 2012 เพื่อช่วยให้ธุรกิจเกิดใหม่ที่กำลังเติบโตสามารถระดมทุนได้ด้วยการขายหุ้นของบริษัทให้แก่ผู้ลงทุนรายย่อย และล่าสุดในปีนี้ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (United States Securities and Exchange Commission – SEC) ได้อนุมัติกฎล่าสุดที่ชื่อ “Regulation A+” ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมาย JOBS Act ให้ผู้ประกอบการสามารถระดมทุนในรูปแบบ Crowdfunding ได้ โดยกฎที่ปรับเพิ่มจากเดิม (Regulation A) ที่น่าสนใจ คือการขอเงินทุนได้มากขึ้นจากเดิม 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นสูงสุด 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และปรับลดกฎระเบียบซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นผ่านทาง Crowdfunding เสมือนเป็น “mini IPO”

ภาพจาก http://www.eventmanagerblog.com/

Crowdfunding กับตลาดทุนไทย…เรื่องใหม่ที่ต้องจับตา

แม้ Crowdfunding จะเป็นที่แพร่หลายในหลายประเทศ แต่ยังคงเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทย (สำนักงาน ก.ล.ต.) กำลังศึกษารูปแบบการลงทุนของ Crowdfunding รวมถึงความเป็นไปได้ในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาช่องทางการระดมทุนนี้อย่างเป็นขั้นตอนและมีประสิทธิภาพ โดยมีการกำกับดูแลอย่างสมดุล ที่คำนึงถึงทั้งฝั่งของผู้ระดมทุน ควบคู่ไปกับการมีกลไกป้องกันความเสี่ยงแก่ผู้ลงทุนได้อย่างเหมาะสม

ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. จะกำกับดูแลการระดมทุน Crowdfunding ที่เป็นการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชน (Equity Crowdfunding) ซึ่ง คณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบหลักการแล้ว โดยหลักการสำคัญอาทิ ผู้ระดมทุนที่เป็นบริษัทมหาชนหรือบริษัทจำกัด สามารถเสนอขายหุ้นผ่าน funding portal หรือเวบไซต์ที่ ก.ล.ต ให้ความเห็นชอบ และมีการเปิดเผยข้อมูลตามที่ funding portal พิจารณา โดย funding portal เป็นผู้คัดกรองและเผยแพร่ข้อมูลของกิจการที่ต้องการระดมทุนและดูแลเงินค่าจองซื้อหุ้น ในขณะที่ผู้สนใจลงทุนจะต้องสมัครเป็นสมาชิกของ funding portal นั้นๆ จึงจะเข้าดูข้อมูลการเสนอขายหุ้นได้ รวมทั้งต้องทำแบบทดสอบความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงให้ผ่านก่อนจึงจะลงทุนได้ โดยเปิดให้ผู้ลงทุนรายบุคคลซื้อหุ้นได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อ 1 บริษัท และไม่เกิน 500,000 บาทในรอบ 12 เดือน รวมทั้งสามารถยกเลิกการจองซื้อได้ ซึ่งยังคงต้องติดตามต่อไปว่าบริษัทไหนจะเป็นผู้ระดมทุนแบบ Crowdfunding เป็นบริษัทแรกของประเทศไทย

ตัวอย่างของโปรเจคของคนไทยที่ประสบความสำเร็จในการระดมเงินด้วย Crowdfunding ได้แก่ โครงการ “เลนส์ทวิทรรศน์” พัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ที่ประดิษฐ์เลนส์แบบพกพาที่เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็น “กล้องจุลทรรศน์” การระดมทุนสำเร็จตามเป้าหมาย โดยทีมได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5 พันเหรียญฯ ในระยะเวลา 30 วัน แต่ก็ระดมได้มากกว่า 6 พันเหรียญฯ ผ่านเวบไซต์ Indiegogo

ส่วนตัวอย่างเวบไซต์ Crowdfunding ของไทยได้แก่ Afterword คือ Crowdfunding แบบ Rewarding สำหรับผลิตหนังสือไทย โดยที่นักเขียนสามารถเสนอต้นฉบับและได้รับการสนับสนุนจากคนอ่านโดยตรง หากระดมทุนถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ หนังสือจะถูกตีพิมพ์และแจกจ่ายไปให้ผู้ระดมทุนต่อไป, Sinwattana เป็น Tech Startup มีความชำนาญด้านการพัฒนา Crowdfunding Platform ทุกรูปแบบเพื่อใช้ในการระดมทุนสนับสนุนความคิดริเริ่มโครงการ Startup หรือองค์กรเพื่อสังคม, Dreamaker เป็น crowdfunding สัญชาติไทยที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยที่มีไอเดียดีๆมากมาย จึงสร้างพื้นที่ให้ผู้ที่มีฝัน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่ม startup ศิลปิน ครีเอทีฟ หรือ SME สามารถนำโปรเจคของตนเองมาเปิดระดมทุนจากคนทั่วไปที่ชื่นชอบในผลงาน และเวบไซต์ Taejai (เทใจ)ที่ระดมเงินบริจาคเพื่อโครงการสร้างสรรค์เพื่อสาธารณประโยชน์ต่างๆ

“ยังมีธุรกิจเกิดใหม่ของไทยอีกมากที่มีแนวคิดดีๆ หากได้รับการสนับสนุนให้ก้าวต่อไปได้ ก็จะเป็นตัวที่ช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของได้อย่างยั่งยืน โดย Crowdfunding อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสาหรับธุรกิจเหล่านี้ ที่อาจยังไม่พร้อมระดมทุนด้วยช่องทางอื่น เช่น การกู้เงินจากสถาบันการเงิน หรือการระดมทุนจากตลาดทุน

โดยเมื่อพิจารณาบริบทของไทยที่ปัจจุบันมีธุรกิจเอสเอ็มอีเกือบสามล้านราย ซึ่ง Crowdfunding เป็นช่องทางการระดมทุนที่น่าสนใจไม่น้อยของเอสเอ็มอีกลุ่มนี้ เพราะต้นทุนการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินสูง ทำให้กิจการเกิดใหม่หรือกิจการขนาดเล็กมากยากจะเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขณะที่การระดมทุนด้วยวิธี Crowdfunding มีต้นทุนการระดมทุนต่ำกว่า ดังนั้น Crowdfunding จึงเป็นทางออกที่ควรพิจารณา สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสนับสนุนกลุ่มเอสเอ็มอีเหล่านี้ ที่มีความคิดและแผนธุรกิจที่น่าสนใจให้ระดมทุนเพื่อสานความฝันให้เป็นจริง หรือทำความจริงให้สำเร็จ ซึ่งท้ายสุดจะนำไปสู่การจ้างงาน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ” ดร. วรพล กล่าว

ภาพจาก https://higherdensity.files.wordpress.com

“ความโปร่งใส” กุญแจสู่ความสำเร็จของ Crowdfunding

ธุรกิจที่มีนวัตกรรมหรือความคิดสร้างสรรค์ มักมีปัญหาด้านการเข้าถึงเงินทุน เพราะมักไม่มีสินทรัพย์ที่จะใช้เป็นหลักทรัพย์ค้าประกันในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน แต่สิ่งที่ธุรกิจเหล่านี้มีคือ “มูลค่าเพิ่ม” จากทรัพย์สินทางปัญญาที่ประเมินมูลค่าได้ยาก ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการระดมทุนด้วย Crowdfunding นอกจากได้เงินทุนแล้ว ยังมีประโยชน์สำคัญด้านการตลาด ทำให้ทดสอบความต้องการของตลาดได้ โดยตอนที่นำเสนอแนวคิด หรือผลิตภัณฑ์ที่จะระดมทุน จะทำให้รู้กระแสตอบรับจากมวลชน อีกทั้งความเห็นที่ได้รับก็สามารถนามาเป็นข้อมูลปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการได้ด้วย

โดยเวบไซต์ Thaipublica รายงานว่า ไม่เพียงแต่ Crowdfunding จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนด้วยตนเองโดยไม่ต้องเป็นบริษัทใหญ่โตเท่านั้น แต่ Crowdfunding ยังเป็นการทดสอบตลาดแบบหนึ่ง จากการวัดกระแสสังคมที่ตอบรับโมเดลธุรกิจนั้นๆ อย่างทันทีทันใด เพื่อการปรับปรุงแก้ไขกลยุทธ์ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ Crowdfunding ยังได้สร้างเครือข่ายผู้สนับสนุนจากทั้งภาคธุรกิจเดียวกันและจากประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ กุญแจสำคัญของ Crowdfunding คือ ความซื่อสัตย์ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว ลดกระบวนการขั้นตอนที่ยุ่งยากจากการลงทุนเดิมๆ การสื่อสารของเจ้าของโครงการที่ดีส่งผลให้ความไว้เนื้อเชื่อใจในโครงการเพิ่มขึ้น ผู้ลงทุนจะเข้าใจทันทีว่าเหล่าผู้ริเริ่มธุรกิจใหม่ (startup) กำลังทำอะไรอยู่ การทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันจะนำไปสู่การสนับสนุน ซึ่งทำให้ Crowdfunding เหมือนการเลือก “พาร์ทเนอร์” หรือหุ้นส่วนทางธรุกิจ

ท้ายสุด เวบไซต์ Symbid มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่ผ่าน Crowdfunding ว่าควรพิจารณาความเสี่ยงต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนการลงทุน และต้องมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนการลงทุน โดยอาจเลือกวิธีลงทุนในหลายๆ โครงการพร้อมกันเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง และที่สำคัญไม่ควรทุ่มลงทุนแบบ “หมดหน้าตัก” ในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง หากแต่ควรลงทุนในธุรกิจอื่นที่ปลอดภัยกว่าควบคู่ไปด้วย เช่น การถือหุ้นในบริษัทใหญ่ที่มีความมั่นคง ทั้งนี้เพราะ “การกระจายความเสี่ยง” คือหลักการลงทุนที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนประเภทใดก็ตาม…

 

ที่มา: คอลัมน์ Who’s View ตีพิมพ์ใน นิตยสาร WHO? Magazine

Comments

comments

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *